อุปโลกให้เป็นเทพทันใจ เทพยอดนิยมของคนไทย

18/05/2019 Admin

“ข้าฯ ไม่ใช่เทพทันใจ ข้าฯคือ โบโบยี  แปลว่า พ่อปู่ หรือว่า พ่อใหญ่ ซึ่ง คนมอญและพม่ารามัญนั้น นับถือข้าฯมานาน คนมอญสร้างรูปของข้าฯ ก็เพื่อรำลึก คุณงามความดีตามตำนาน แต่คนพม่า สร้างรูปข้าฯไว้ทั่วไปทุกย่านบ้านเรือน ในฐานะ นัด (์Nat) กึ่งเทพกึ่งผี

 

ซึ่งหากเทพทันใจ พูดได้ ท่านก็คงจะพูดเช่นนั้น

 

ซึ่งคนพม่านั้น นับถือ  ผีนัต หรือ Nat มาก่อนที่จะมีการยอมรับนับถือ พระพุทธศาสนา ซึ่งทุกวันนี้ชาวพม่าก็ยังนับถือนัตศรัทธายังไม่เปลี่ยนแปลง

และใน นัตพม่าที่เป็นที่นิยมตนหนึ่ง ซื่งมีนามว่า “โบโบยี” โดยจะมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ท่าทางใจดี มือซ้ายถือไม้เท้า มือขวาชี้ไปข้างหน้า ซึ่งคนไทยพากันเรียกว่า “เทพทันใจ”  ซึ่งหากคนไทยไม่ถูกไกด์พม่าหลอก ก็สร้างเรื่องมาหลอกพวกกันเองหรือหลอกตนเอง หรือ ปนๆ กันไป

 

ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในหมู่นักท่องเที่ยวของไทยว่า ใครที่ต้องการมาขอพร  ให้หาเครื่องสักการะเครื่องบูชา ที่มีวางขายเป็นชุดๆรอบองค์เจดีย์ ซึ่งประกอบไปด้วย  กล้วย มะพร้าว หมาก เมี่ยง ดอกไม้ ใบหว้า และฉัตรธงสักการะ จากนั้น นำธนบัตร ใส่ที่มือของนัต จำนวน 2 ใบ  ไหว้ขอพร แล้วให้ผู้ที่ไหว้ดึงกลับมาเก็บไว้กับตัวหนึ่งใบ อีกใบนำไปหยอดตู้บริจาค เสร็จแล้ว ให้ก้มหน้า ให้หน้าผากสัมผัสนิ้วชี้ของนัต  ดูจากของเซ่นไหว้ที่ล้นเหลือ นัตตนนี้ดูท่าจะได้รับความนิยมกว่าใคร เห็นที่ว่า คงจะต้องทำงานบันดาลพรอย่างหนัก ตลอดเวลา ไม่มีวันหยุด และที่แน่นอนเป็นอื่นไม่ได้ ก็คือ เงินจากนักท่องเที่ยวของไทย มากพอสำหรับ ค่าไอโฟนรุ่นใหม่ ของหลวงพี่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแอร์ และ สามารถเลี้ยงพระทั้งวัดนั้นได้สบายๆ หากวัดใดมีเทพทันใจหรือโบโบยีให้กับเหล่า สาธุชนได้มากราบไหว้

และเรื่องจริงที่คนไทยไม่เคยศึกษาหรือไม่เคยตระหนักก็คือ ประวัติดั้งเดิมของเทพองค์นี้นั้น มาจากตำนาน พระเจดีย์และ เกิ่ง (ชเวดากอง) กล่างคือ หลังจาก ตุปสสะ ภัลลิกะ (ตะเป๊า ตะปอ) พ่อค้าวานิชมอญสองพี่น้อง ที่ได้เดินทางไปพบพระพุทธเจ้า และได้รับ พระราชทาน เส้นพระเกศาธาตุจากพระพุทธเจ้า จำนวน 8 เส้น แล้วก็ได้เดินทางกลับมาบ้านเมืองของตน ถวายเกษาธาตุดังกล่าวแก่พระเจ้าอุกะลาปะ กษัตริย์มอญ ผู้ครองเมืองอุกกะลาปะ (ชื่อโบราณของเมืองและเกิ่งหรือย่างกุ้ง) ระหว่างค้นหาสถานที่อันเหมาะสมเพื่อสร้างเจดีย์ประดิษฐานพระเกศาธาตุ บทบาทเทพอุ้มสมก็ได้ปรากฎขึ้น

 

เนื่องจากขณะนั้น มีเพียง “พ่อปู่” หรือ พระอินทร์แปลงองค์เดียว ที่รู้สถานที่ประดิษฐานพระธาตุของอดีตพระพุทธเจ้า 3 พระองคืก่อน เทพโบโบยี หรือ พระเจ้าทันใจ จึงเหาะลงมาชี้ไปทางเมือง “เขาสิงคุตระ” ที่สมควรบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธโคดมไว้ในที่เดียวกัน

 

“ไอ้ที่ชี้นิ้วนั่น ท่านชี้ไปยังสถานที่สร้างเจดีย์ประดิษฐานพระธาตุ”

พระอินทร์ยังงไม่หาย ทำไมคนไทยจึงต้องเลือกที่จะแต่งเรื่องแล้วเชื่อถือกันอย่างงมงายหัวชนฝาเสียเอง และมีความมุ่งมั่นแสวงหาขอพรกันถึงปานนั้น แต่ที่แน่ๆ วันทางพม่าคงดีใจไม่น้อย ที่คนไทยบินข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อจะไปยืนเข้าแถวส่งเครื่องบรรณาการให้ในรูปแบบใหม่แก่พี่น้องชาวพม่า

 

“ข้าฯ รักคนไทย คนไทยใจดี ลูกหลายของข้าฯ ทั้งมอญและพม่าว้ากระเหรี่ยง ไทใหญ่ ไปทำงานเมืองไทยเป็นล้านๆคน คนไทยก็ดูแลพวกเขาอย่างดี ให้งานทำ ข้าฯจึงรักคนไทย อยากบอกแก่ท่านทั้งหลายว่า อย่าพยายามให้ข้า เป็นเทพทันใจเลย คนไทยมีธรรมมะที่ดีที่สุด ของพระพุทธองค์อยู่แล้ว ข้าฯก็เป็นผู้หนึ่งที่ศรัทธาในพระธรรมคำสอนเหล่านั้น สิ่งที่ข้าฯมีให้คนไทยอย่างล้นเหลือ นั่นก็คือ ความปราณถนาดี จะนำหน้าผากมาสัมผัสนิ้วของข้า ก็ยินดี แต่จงเจ้าใจว่า ข้ามิได้มีพรวิเศษใด (ไม่เช่นนั้น ข้าคงช่วยลูกหลายของข้า ให้รวยสมใจกันทุกคน ไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานบ้านเจ้าเมืองเจ้าดอก) แต่เพื่อเป็นเตือนตน ขอท่านจงมีสติและตระหนักรู้ ตามหนทางหลุดพ้นอันประเสริฐแห่งพุทธองค์เถิด”

ช่วยกันแชร์ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้ตระหนัก ถืงสิ่งที่น่ารู้กันด้วยเถิด

Tags : , , , , ,
Leave Comment