5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

23/09/2019 Admin

5 ประเด็นลิเวอร์พูลเอาชนะ 6 นัดรวด สุดยอดเกินห้ามใจจริงๆ หลังเอาชนะ เชลซี 2-1

1. เจ้าหนูเทรนต์พูดจริงทำจริง

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเมื่อจัดแอสซิสต์ไปถึง 12 ครั้งในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เขาส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น โดยก่อนเกมกับ “สิงห์บลูส์” เจ้าตัวเป็นคนพูดเองว่าจะพยายามมพัฒนาเรื่องการยิงประตูให้ได้มากขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมา

หลังจากผ่านไป 14 นาที “หนูเทรนต์” จัดการทำตามที่ตัวเองได้ลั่นวาจาเอาไว้ เมื่อ ลิเวอร์พูล มีโอกาสทำประตูจากจังหวะฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ จัดการตะบันด้วยเท้าขวาข้างถนัด บอลวิ่งทะลุอาการพุ่งราวกับจรวดก่อนไปสงบลงในตาข่าย

ในขณะที่การเล่นเกมรับแน่นอนว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มักจะถูกตั้งข้อสงสัยในกรณีนี้บ่อยๆ แต่สำหรับแมตช์ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เจ้าตัวไม่มีจังหวะการเล่นผิดพลาดให้เห็นเลยตลอดทั้งเกม สำหรับเกมบุกต้องบอกเลยว่าตอนนี้เขาทำผลงานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

 

2. เซตพีซเด็ดขาดพึ่งพาได้

หากมองย้อนกลับไปช่วงหลายๆ ปีก่อนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเข้ามากุมบังเหียน บรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ลิเวอร์พูล ไม่มีทีเด็ดจากจังหวะฟรีคิก และลูกตั้งเตะทุกรูปแบบ โดยทุกครั้งที่ได้โอกาสแบบนี้เหมือนเป็นการสูญเปล่า

สำหรับในยุคที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทัพ “หงส์แดง” ต้องบอกว่าการเล่นลูกตั้งเตะมีความหลากหลาย และสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูให้กับทีมได้หลายต่อหลายครั้ง ต้องบอกเลยว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล ทำเอาเกมรับคู่แข่งหวานสั่นทุกครั้งที่พวกเขาได้ลูกฟรีคิกไม่ว่าจะบริเวณส่วนไหนของสนามก็ตาม (ฝั่งคู่แข่ง)

5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

อย่างในจังหวะที่ได้ประตูขึ้นนำ จะเห็นได้ว่าหากเป็นปกติ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะทำหน้าที่สังหารทันที เพราะอยู่ในระยะทำการแต่อาจจะมุมน้อยไปนิด ทำให้เขาเลือกแตะให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ตะบันเต็มข้อล่อเต็มแข้งบอลพุ่งเร็วแรงยากที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า จะพุ่งไปรับทัน

ขณะที่ประตูที่สอง เป็นหน้าที่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายที่จัดการเปิดบอลอย่างแม่นยำให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ฉีกหนีตัวประกบมาเทกขึ้นโหม่งโล่งๆส่งบอลจมก้นตาข่าย เห็นได้ชัดว่าเมื่อเกมบุกตื้อตัน ลิเวอร์พูล ยังมีลูกตั้งแตะที่สามารถปลดล็อคการทำประตูได้ ที่สำคัญพวกเขาได้ประตูจากการเล่นเซตพีซอย่างน้อย 7 ลูกมากว่าทีมอื่นๆ ร่วมลีก

 

3. ก็องเต้โชว์ฟอร์มเวิลด์คลาส

หลายครั้งที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เล่นไม่ได้มาตรฐานของตัวเองภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือเมาริซิโอ ซาร์รี่ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เพราะ นายใหญ่ชาวอิตาเลียน ดึงตัว จอร์จินโญ่ มาจาก นาโปลี และเลือกใช้งานนักเตะในตำแหน่งโฮลดิ้งมิดฟิลด์

การทำแบบนั้นหมายความว่า ก็องเต้ ซึ่งได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย (เลสเตอร์ และ เชลซี) ต้องโดนจับไปเล่นข้างหน้ามากขึ้นซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัด และนำไปสู่การที่ สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศส ไม่สามารถงัดฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาได้

อย่างไรก็ตามในยุคของ แลมพาร์ด ทุกอย่างกลับสู่ปกติ ก็องเต้ ได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัด และนี่คือเครื่องยืนยันว่า ซาร์รี่ คิดผิดมหันต์ที่จับนักเตะชั้นยอดไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมกับ โดยเกมนี้ อดีตแข้งเลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งจะเรียกความฟิตกลับมาลงสนามได้ แต่เขาเล่นเหมือนกับนักเตะที่ฟิตมาเต็มถัง

5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

ก็องเต้ สามารถคุมเกมได้กลางได้อยู่หมัด สามารถเปลี่ยนเกมรับให้เป็นเกมรุกได้ทันที และยังบุกไปป่วนบริเวณกรอบเขตโทษ “เดอะ เร้ดส์” ได้บ่อยๆโดยจะเห็นได้ชัดในจังหวะที่ได้ประตูตีไข่แตก เมื่อเขาโชว์ทักษะม้วนตัวพาบอลทะลุเข้าไปในเขตโทษโดยไม่มีแข้งผู้มาเยือนตามเข้าบีบกดดัน ก่อนจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้อย่างงดงาม

แม้ว่านี่อาจจะยังไม่ใช้ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของ ก็องเต้ เพราะเขาเพิ่งจะหายเจ็บกลับบมา แต่ผลงานที่แสดงให้เห็นในวันนี้เล่นเอาจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ต้องตั้งรับแทบเสียกระบวน ฉะนั้นในเวลานี้ มิดฟิลด์เลือดเฟร้นช์ กลายเป็นแข้งกุญแจหลักที่ทีมขาดไม่ได้แล้ว

 

4. วีเออาร์ เปลี่ยนเกม

ทีมเยือนมีเกมรุกที่หวือหวาจากการรังสรรค์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ขณะที่แดนกลางก็ได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คอยช่วยทำเกม ทำให้ในช่วงต้นเกม ลิเวอร์พูล ดูดีมีราคามากกว่าทัพ สิงโตน้ำเงินคราม พอสมควร

ผ่านไปราวๆ 14 นาทีพวกเขาได้โอกาสกดดันจากฟรีคิก และเป็น อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ทำให้อาคันตุกะได้ประตูขึ้นนำ จากนั้นก็มาได้ทีเด็ดในการเปิดบอลอย่างแม่นยำจาก โรเบิร์ตสัน ที่ทำให้ ฟีร์มีโน่ ได้โอกาสโหม่งสบายๆ ช่วยทีมหนีห่าง 2-0

ขณะที่เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีไข่แตกจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แต่เมื่อเช็ก วีเออาร์ ปรากฎว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อนหน้านี้ของ เมสัน เมาน์ท ไปก่อนแล้ว งานนี้หลายคนยอมรับว่าเกมลูกหนังมีความยุติธรรมมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่ขาดสีสันไปพอสมควร

5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

อย่างในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อ สเปอร์ส ต้องพลาดได้ประตูนำห่าง 2-0 ในเกมพบกับ เลสเตอร์ เมื่อ แซร์จ ออริเย่ร์ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่สุดท้ายผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ไม่ให้เป็นประตู หลังใช้ วีเออาร์ ช่วยตัดสิน และมองว่า ซน ฮึง-มิน อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน สุดท้าย “ไก่เดือยทอง”แพ้ “เดอะ ฟ็อกซ์ 1-2

หลังเกมดังกล่าว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่สเปอร์ส ยอมรับเองว่าประตูที่โดน “วีเออาร์” ยึดเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะหากทีมขึ้นนำห่างผลการแข่งขันคงเปลี่ยนไปจากนั้น

 

5. ซาลาห์-มาเน่ ฟอร์มแผ่ว

เกมนี้หากไม่รับจังหวะทำประตูของ ฟีร์มีโน่ ต้องยอมรับว่าสามประสาน “หินเหล็กไฟ” หรือ “เอสเอ็มเอฟ” ฟอร์มค่อนข้างเงียบ

ซาดิโอ มาเน่ กับ โม ซาลาห์ เคยสร้างความปั่นป่วนให้กับเกมรับคู่แข่งมาแล้วทั้งในอังกฤษ และทั่วแคว้นแดนยุโรปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แต่หลังจากที่แพ้ในเมืองเนเปิ้ลส์ ต้องยอมรับว่าลีลากระชากลากเลื้อยของทั้งคู่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนักในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยน มาเน่ ออก โดยส่ง เจมส์ มิลเลอร์ ลงมาแทน เพราะต้องการเล่นให้รัดกุม แต่จริงๆ แล้ว นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะเปลี่ยน “บังโม” ออกด้วย เพราะช่วงครึ่งหลัง “คิง ออฟ อียิปต์” ไม่สามารถกดดันเกมรับเจ้าบ้านได้เลย

อย่างไรก็ตามในเกมที่ สองสตาร์ดังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ “เดอะ เร้ดส์” ยังสามารถเอาตัวรอดด้วยการเก็บ 3 คะแนนสำคัญ แต่กระนั้นหากเป็นไปได้ คล็อปป์ คงอาจต้องติวเข้มทั้ง มาเน่ และ ซาลาห์ เพื่อเรียกฟอร์มสุดยอดกลับคืนมาอีกครั้ง

5 ประเด็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของ ลิเวอร์พูล หลังชนะ เชลซี

 

ที่มา : siamsport

 

Tags : , , , , , , , ,
Leave Comment