วิเคราะห์เด็ด เกาะติดลูกหนัง มะกะโรนี น่าห่วง

22/09/2018 Admin

ชั่วโมงนี้ใครที่เป็นแฟนบอลทีมชาติอิตาลีคงต้องทำใจหน่อยนะครับ เพราะดูแล้ว แผนการที่จะฟื้นฟูพลพรรค “อัซซูรี่” ให้กลับมาสู่จุดที่มันเคยเป็นอีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

นับตั้งแต่ทำงามหน้าด้วยการไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี หลายฝ่ายพยายามที่จะดำเนินการแก้ไข และฟื้นฟูวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีให้กลับโดยเร็วที่สุด แต่จนถึงตอนนี้ต้องยอมรับว่ามันยังมีความก้าวหน้าไปน้อยมาก

โรแบร์โต้ มันซินี่ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสุดแล้วเท่าที่หาได้ หลัง คาร์โล อันเชลอตติปฏิเสธไป เนื่องจากยังคงอยากจำทำงานในระดับสโมสรต่อไปมากกว่า

“มันโซ่” เองก็รู้ว่าพวกเขาควรจะต้องกลับมาสู่จุดเริ่มต้นกันใหม่หมด อาจไม่ถึงกับที่เรียกว่าปฏิวัติ แต่ก็ควรจะมีการปฏิรูปกันอย่างจริงจัง เราจึงเห็นเทรนเนอร์วัย 53 ปี พยายามให้โอกาสดาวรุ่งมากขึ้น ดันขึ้นมาจากทีมชุดยู-21 หรือเด็กคนไหนที่พบไม่รีรอ

นักเตะอย่าง โรนัลโด้ มันตราโกร่า, นิโกโล่ บาเรลล่า, ไบนอัน คริสตันเต้, ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, นิโกโล่ ซานิโอโล่, ปิเอโตร เปลเลกรี, พาทริค คูโตรเน่ และเฟเดริโก้ เคียซ่า จึงเข้าสู่ทำนบทีมชาติชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย อาจส่งลงเล่นบ้าง หรือไม่ก็เพียงยังทำได้แค่ฝึกซ้อมกับพวกรุ่นพี่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ช่วงนี้ไปก่อน

สวนทางกับพวก จานลุยจิ บุฟฟ่อน, อันเดรีย บาร์ซายี่ หรือ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ที่ต้องปลดระวางกันไป อย่างไรก็ตาม การจะตั้งต้นกันขึ้นมาใหม่มันไม่ใช่เรื่องขนมเลย เห็นได้จากผลงานของทีมนับตั้งแต่เข้าสู่ยุคผลัดใบนี้

 

            หลังจากเสียท่าให้กับ สวีเดน ในศึกเวิลด์ คัพ 2018 รอบเพลย์ออฟ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เข้าสู่ปี 2018 ปรากฏว่าขุนพลเลี่ยนลงเตะอีก 7 นัด แต่สามารถเก็บชัยได้แค่เกมเดียวเท่านั้น

แพ้อาร์เจนตินา และเสมอ อังกฤษ ภายใต้การคุมทีมขัดตาทัพของ ลุยจิ ดิ เบียโจ้ พอเปลี่ยนกุนซือมาเป็น มันชินี่ เริ่มต้นสวยด้วยการเอาชนะ ซาอุดีอาระเบีย แต่อย่าลืมว่านี่คือทีมแค่ ซาอุดีอาระเบีย เท่านั้น จากนั้นแพ้ ฝรั่งเศส, เสมอ ฮอลแลนด์ ตามด้วย 2 นัดล่าสุดในศึกยูเอฟ่า เนซั่นส์ ลีก ที่ไล่ตามตีเสมอ โปแลนด์ ตามด้วย 2 นัดล่าสุดในศึกยูเอฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ไล่ตามตีเสมอ โปแลนด์ แบบหือจับ 1-1 และบุกพ่าย โปรตุเกส 0-1 ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันเท่านั้น แต่เรื่องรูปฟอร์มการเล่นยังน่าห่วงไม่แพ้กันเลย โดยเฉพาะ 2 นัดหลังที่จากนี้ไม่ใช่เพียงเกมอุ่นเครื่องอีกต่อไปแล้ว ทว่า ยูเอฟ่า พยายามทำให้มันสำคัญมากขึ้นกับการมีเลื่อนชั้น ตกชั้น และยังมีเงินรางวัล บวกกับโควต้าเพื่อที่จะผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย อีกด้วย

สิ่งที่ได้เห็นคือ การปราศจากไอเดียในการเล่น, ปราศจากการทำประตู และปราศจากแนวรับ ไล่ดูรายชื่อชุดปัจจุบันนี้ เราแทบไม่เห็นนักเตะคนไหนที่พอจะฝากความหวังไว้ได้เลย มันขาดซึ่งนักเตะที่สามารถพลิกเกม หรือตัดสินเกมได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน ผู้เล่นอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่, โรแบร์โด้ บาจโจ หรือ ฟรานเซสโก้ ต๊อตติ หาไม่ได้อีกแล้วในยุคนี้

 

แนวรุก การกลับมาอีกครั้งของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ตอนแรกเหมือนจะดี แต่การถูกเรียกตัวหนล่าสุด เขายังอยู่ห่างไกลนักจากที่จะฝากความหวังไว้ได้ ขณะที่แนวรับกลายเป็นจุดเปราะบางให้คู่แข่งเล่นงาน ทั้งที่เมื่อก่อนนี่คือจุดแข็งสุดของทีมแล้วไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย หากไม่มี จานลุยจิ ตอนนารูมม่า ช่วยเซฟประตูหลายต่อหลายครั้งในเกมกับ โปแลนด์และโปรตุเกส บางที่ศพอาจจะไม่สวยกว่านี้

ข้อดีเดียวคงเป็นเพียงการที่ มันชินี่กล้าที่จะใช้เด็กลงสนามมากขึ้น เอาเข้าจริง มันโช่ เองก็บ่นเหมือนกัน เขามีตัวเลือกให้ใช้งานน้อยมาก เพราะแต่ละสโมสรมักจะส่งนักเตะต่างชาติลงสนามก่อนเสมอ และเอาพวกดาวรุ่งอิตาเลียนทั้งหลายไว้ข้างสนาม ทั้งที่ศักยภาพไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย เมื่อเป็นแบบนี้ จากที่ได้ลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้า และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เด็กเหล่านั้นจึงแทบจะหยุดอยู่กับที่ หรือพัฒนาไปน้อยมาก ผลที่ตามมาก็กระทบทีมชาติอย่างจัง นี่จึงเป็นสิ่งที่บุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีทั้งหมดควรจะต้องรีบแก้ไข เพื่อที่จะไม่ให้ทุกอย่างเลวร้ายไปกว่านี้ ไม่งั้นก็จะยังคงฟุบอยู่แบบนี้ต่อไป แล้วไม่รู้ด้วยว่าอีกนานแค่ไหนกว่าที่เราจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์กันอีกครั้ง

Tags : , , , , , , ,
Leave Comment